เรื่องเล่า’ในหลวงรัชกาลที่9′ งานเขียนดีที่สุดในชีวิตผม

  1. Home
  2. /
  3. news
  4. /
  5. เรื่องเล่า’ในหลวงรัชกาลที่9′ งานเขียนดีที่สุดในชีวิตผม

เรื่องเล่า’ในหลวงรัชกาลที่9′ งานเขียนดีที่สุดในชีวิตผม

Posted in : news on by : admin

เรื่องเล่า’ในหลวงรัชกาลที่9′ งานเขียนดีที่สุดในชีวิตผม สัปดาห์นี้เล่าถึงความประทับใจเมื่อครั้งทำข่าวในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งพสกนิกรชาวไทยมีโอกาสเห็นพระองค์ ประทับนั่งรถเข็นที่ รพ.ศิริราช ยากที่จะลืมเลือน

ผมมีโอกาสเฝ้ารับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครั้งแรกเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ตอนนั้นพ่อพาผมไปที่ท้องสนามหลวง เนื่องในวันพืชมงคล วินาทีที่มีคนตะโกนบอกว่า “ในหลวงเสด็จ” คนจำนวนมากที่มายืนรอ ต่างย่อตัวคุกเข่า แล้วพนมมือขึ้นมา

พลันที่รถยนต์พระที่นั่งของพระองค์เสด็จพระราชดำเนินผ่าน เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมมีโอกาสเห็นพระพักตร์ของพระองค์ท่านผ่านทางกระจก ยังจำได้ตลอดเลยว่า…ขณะที่รถยนต์พระที่นั่งเสด็จผ่าน พระองค์ทรงโบกพระหัตถ์ให้กับประชาชนที่มารอเฝ้ารับเสด็จ หัวใจพองโตด้วยความภาคภูมิใจ ไม่มีคำพูดใดจะบรรยายออกมาได้ มือที่พนมนั้นยังคงยกสูงในระดับใบหน้า พ่ออยู่ข้างๆ กระชับแน่นด้วยความอบอุ่นและดีใจเป็นล้นพ้น นี่เรา…ได้เฝ้ารับเสด็จพระองค์ท่านแล้วจริงๆ

ผ่านมาหลายปี…ภาพยังติดตาราวกับความฝันที่เป็นจริง

วันที่ 23 ตุลาคม 2552 ผมพึ่งมาทำงานเดลินิวส์ได้เพียง 3 เดือน กำลังอยู่ในช่วงฝึกทดลองงาน ตอนนั้นไปประจำที่รพ.ศิริราช ร่วมกับนักข่าวพี่เลี้ยง ผู้เป็นตำนานคนหนึ่งในปฐพีของวงการนักข่าวไทย (สักวันจะเขียนถึงด้วยความเคารพเสมอมา) ขณะนั้นพระองค์ทรงประทับรักษาพระอาการประชวรที่ รพ.ศิริราช

ช่วงเที่ยงของวันนั้น ท่ามกลางสมุดลงนามถวายพระพรที่ไม่เคยร้างลาคนมาเขียน พระบรมฉายาลักษณ์ที่ไม่เคยขาดแคลนผู้มาถวายพระพร ช่วงวินาทีนั้น…ทุกอย่างยังดำเนินไปเหมือนเดิม ไร้วี่แววแห่งความอัศจรรย์ จวบจนเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังวิ่งตาตื่นราวกับพบกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รีบจัดแจงเก็บข้าวของ เหล่านักข่าวที่มีจมูกข่าวอันรวดเร็ว ประหนึ่งได้กลิ่นน้ำหอมวิเศษจากจักรวาล ต่างลุกพรวดเตรียมทำหน้าที่ ทำข่าวที่ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ช่างภาพหยิบกล้องอย่างว่องไว ประกอบโดยไม่ต้องมอง ชำนาญราวกล้องคือลมหายใจของพวกเขา ผู้คนต่างตื่นตระหนก สะพรึงสั่นไหว เมื่อเจ้าหน้าทิ่วิ่งกระซิบเสียงที่กลับดังก้องในความหมายดุจขุนเขากำลังเคลื่อนย้ายมากระแทกกันสนั่นในพื้นปฐพี “ในหลวงเสด็จ”

ไม่เกินชั่วเวลาเหยียบ 10 วินาที พระองค์ทรงประทับนั่งรถเข็น ปรากฏให้พสกนิกรชาวไทยเห็น ทุกคนต่างคุกเข่าและนั่งพับเพียบอย่างพร้อมเพรียงโดยไม่เอ่ยปาก มือพนมนิ่งที่หน้าอก นักข่าวจับปากกา มือแข็งด้วยความตื่นเต้นตะลึง แม้นักข่าวอาวุโสเจนประสบการณ์ก็ยังต้องมนต์สะกด หมึกปากกาถูกชะงักไว้ที่ปลายเหล็ก ไม่อาจจรดลงนิ่งในแผ่นกระดาษได้

ช่างภาพตั้งสติ ถอดแฟลชออก ปรับกล้องให้เข้าที่ พวกเขาพยายามเรียกสัมปชัญญะและวิญญาณแห่งมืออาชีพออกมา ภาวนาให้กล้องทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะพวกเขาต้องการ “ถ่ายพ่อให้ดีที่สุด”

เมื่อพระองค์เสด็จมาจริง หลายคนถึงกับอึ้ง ภาพที่ค่อยๆ ปรากฏบนดวงตาของประชาชน ส่องสกาว ภาพที่เห็นในดวงตา เป็นความจริง เป็นความฝัน เป็นข้อสงสัยในคนไทยว่า…จะมีโอกาสสักครั้งหรือไม่ที่จะได้มีบุญอันทำมาหลายชาติ จนสัมฤทธิ์ในชาตินี้ที่ได้เข้าเฝ้าพระองค์ท่าน”

ประชาชนที่เห็นต่างก้มลงกราบอย่างบรรจงงามดุจคัดลายมืออักษรไทย ผมประวิงตัวเองให้ก้มกราบช้าที่สุด เพราะอยู่แถวหลัง การก้มกราบช้าเพียงชั่ววินาที จะทำให้ได้มีโอกาสเห็นพระองค์ท่านนานที่สุด ภาพจากดวงตาแล่นผ่านสู่ดวงจิตความทรงจำ ต่อให้ควักดวงตาผมออก ก็ไม่มีวันลืมภาพดังกล่าว

ทุกคนต่างแน่นิ่งราวกับกำลังอยู่ในวิหารแห่งสรวงสวรรค์ สะกดมนต์ให้พวกเขาเม้มปาก แล้วปริน้ำตาออกมาไหลอาบแก้ม ใจชุ่มชื้นสั่นตรึงไปทั่วสรรพางค์กาย เต้นแรง อิ่มเอิบในปิติ ปลื้มล้นทะลักออกมาด้วยน้ำตาแห่งความดีใจ กินเวลาราว 30 นาที พระองค์ท่านจึงเสด็จกลับ เสียงเงียบที่ดังก้องจนเราขนลุก

นานหลายนาน จวบจนพระองค์ท่านทรงพระราชดำเนินกลับนั้น ผมจำได้แม่นว่า ชายหนุ่มคนหนึ่งรีบวิ่งมาเพื่อให้ทันเฝ้ารับเสด็จ แต่เขาไม่ทัน ชายหนุ่มยืนนิ่ง ก่อนเปล่งเสียงตะโกนดังกึกก้อง เท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะตะโกนได้ มันเป็นเสียงที่ดังชวนสะดุ้ง แต่ถ้อยคำที่เปล่งออกมา กลับทำให้ขนในกายลุกชันเป็นที่สุด

“ทรงพระเจริญ…”

ดั่งทำนบแตก แรงปิติไหลล้นออกจากร่างพสกนิกรชาวไทย ทุกคนเปล่งเสียงทรงพระเจริญอย่างสนั่นไปทั่วสากลโลก ประกาศแห่งหัวใจดังก้อง ผมยืนในฝูงชนที่เปล่งเสียงทรงพระเจริญ ขนในกายลุก ปากอ้าออกมาโดยไม่รู้ตัว แล้วเปล่งเสียงออกมาให้หัวใจตัวเองได้เปี่ยมสุข

พระพักตร์ของพระองค์ท่านในวันนั้น กับวันแรกในชีวิตที่ผมได้เฝ้ารับเสด็จ เป็นภาพที่ผมเห็นมาตั้งแต่จำความได้ ภาพของในหลวง ภาพที่พ่อกับแม่แขวนที่บ้าน ภาพของพระองค์ในโทรทัศน์ สื่อมวลชนมากมาย ภาพทุกภาพที่ผมเคยเห็น ไม่อาจเทียบได้กับ ภาพตรงหน้าที่ผมไปประสบพบเจอ ไม่มีภาพใดจะลบเลือนประสบการณ์ในวันนั้นได้ ผมยังตื้นตันหาที่สุดใดเปรียบมิได้

วันนั้นได้นั่งลงแล้วพิมพ์ข่าวการเสด็จพระราชดำเนินของพระองค์ท่าน ตลอดชีวิตผมทำข่าวมาไม่มากไม่น้อย แต่ข่าวในวันที่ 23 ตุลาคมม 2552 กลับตราตรึงและผมยกให้เป็นข่าวที่ผมเขียนได้ดีที่สุดในชีวิต

ในฐานะพสกนิกรประชาชนชาวไทย ความรู้สึกของผมในวันนั้น คือขนลุกประทับใจเป็นอย่างยิ่ง ในฐานะชีวิตนักข่าว เราอาจได้เดินทางไปพบเจอสิ่งต่างๆ มากมายในชีวิต แต่ไม่มีครั้งใดจะประทับใจยากจะลืมเลือนดั่งเหตุการณ์วันที่ 23 ตุลาคม 2552 ได้

ผมพร้อมจะเล่าให้ใครฟังได้อย่างภูมิใจ ที่ครั้งหนึ่งในชีวิต มีโอกาสได้นั่งลงเขียนข่าวการเสด็จพระราชดำเนินตีพิมพ์ออกไป ข่าวนี้จะถูกเก็บรักษาไว้เพื่อได้รับการบอกเล่าต่อไปยังคนรุ่นหลัง เพื่อที่พวกเขาจะได้รู้จักพระองค์ท่าน…

“ในหลวงของพวกเรา…”

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์